Ampol C.
 เพื่อนแท้ คือ ลมหายใจ - Forum
[ New messages · Members · Forum rules · Search · RSS ]
Customize
  • Page 1 of 1
  • 1
เพื่อนแท้ คือ ลมหายใจ
ood
Sergeant
Posts: 28
Offline

Tuesday, 2014-07-22, 7:02 AM


เคยสังเกต ไม๊ เพื่อนใกล้ตัวที่สุด คือ ลมหายใจ

แรกคลอด เขาก็พยายาม ดิ้นรน ตามมาด้วย ต้องตบก้น ถึงตามมา

วันตาย เขาก็อยู่กับเรา จนวินาทีสุดท้าย แต่ไม่ท้ายสุด (คิคิ อิอิ)

ขณะดำรงอยู่ เรา เคย ดูแล เขาอย่างดีไม๊

เรา เคยสนใจเขา ไม๊ หรือ เอาแต่มองข้าม เขา ไป มองเขาเป็นแค่ทาส !!! ไร้คุณค่า จะเป็นอยู่อย่างไรช่างหัวมัน

เรา เคยเอาใจใส่เขาไม๊ ว่า เขาเผ่าร้อน แสบซ้าน

เรา เคยรู้ไม๊ เวลาเขา มาคาอัด ที่อก ไปต่อไม่ได้

เรา เคยสัมผัสได้ไม๊ เวลา เขามา สะดุดตกอยู่ ลำคอ

เรา เคยพยาบาล เขาไม๊ ให้เขา สดชื่น โปร่งโล่ง

เรา เคย ทะนุบำรุง เขาไหม ให้เขา แผ่วเบา สบาย ราบๆ เรียบๆ

แต่แปลก ไม่ว่า เราจะดีจะร้ายกะเขาอย่างไร เขา คอยอยู่เป็น ผู้ช่วย ให้เราเสมอ

จะร้ายกะเขาอย่างไร เขาก็ ช่วยให้เรา ถึงขั้นหลุดพ้นได้

หา เพื่อนแท้ แบบนี้ได้อีกที่ไหน???

แล้ว ใครหละ คอยทำร้ายเขา??? ไม่เอาใจใส่เขา??? โหดร้ายกะเขา???

โอ มนุษย์หนอ ฟ้าประทาน ปัญญามาให้ แต่ยัง จุดจุดจุด (ข้อความนี้ไม่เหมาะสม โดนเซนเซอร์) แหะ แหะ แหะ

เขาอยู่กับเรา ได้ขนาดนี้ ทำไมเรา ไม่ลองอยู่กับเขาให้ใกล้ชิต จริงๆ จังๆ บ้างหละ ดูแล ซึ่งกันและกัน ตลอดไป

เชื่อมะ แค่ เฝ้าดูเขาเท่านี้แหละ เขาก็ชื่นใจ แล้ว


bh79
 
ood
Sergeant
Posts: 28
Offline

Tuesday, 2014-07-22, 9:48 AM


และ เมื่อ มิตรแท้ เริ่มยืนหยัดเคียงข้างเราได้

ตัวแสบ คือ หัวใจ มันทั้งเตะ ทั้งกระทุ้ง ทั้งกระแทก ทั้งถีบ ทั้งกัด ทั้งบีบ กระเทือนไปหมดเลย เพื่อให้มิตรแท้ห่างจากเราไป

รักษาซึ่งมิตรภาพ ต่อ มิตรแท้ไว้ดีๆ ให้มั่นคง ทำลายปฏิฆะ สิ่งต้านทานให้สิ้น เดว เจ๋ง


bh79
 
ood
Sergeant
Posts: 28
Offline

Saturday, 2014-08-02, 1:52 PM


ฌาณสี่คือการนั่งสมาธิที่เลยกายใจเลยอายตนะกายใจไปแล้ว เหลือแค่จิตรู้ กายใจหรืออายตนะกายใจคือรูปญาณ ก็คือญาณหรือปัญญาหรือความสงบที่ได้จากรูป
ถ้าเรานั่งสมาธิแบบเลยกายใจไปสู่จิตรู้เลยแบบนี้ไม่เรียกว่าเกิดปัญญา แบบนี้เรียกว่าเข้าสู่อรูปที่ขาดปัญญาทำให้ไปต่อไม่ได้เพราะขาดทั้งฌาณที่สงบและญาณที่รู้ความจริงของกายใจ ดังนั้นถ้าจะเข้าสู่อรูปที่จะไปได้ จะต้องผ่านรูปกายใจโดยมีความสงบหรือได้ฌาณและรู้เห็นความจริงของกายใจคือปัญญาหรือญาณจากการปล่อยวางกายใจเพราะเข้าใจความจริงของกายใจให้ได้เสียก่อ น คือผ่านรูปกายใจมาได้เสียก่อน เมื่อเข้าสู่อรูปหรือเหลือจิตรู้ตัวเดียว มันถึงจะเห็นตนเอง(จิตรู้)ได้ชัดเจน ซึ่งเปรียบเหมือนคนที่ตายแล้วเหลือแต่จิตวิญญาณที่เด่นชัดนั่นเอง ถึงจะเป็นสภาวะอรูปจริงๆ
ส่วนคนที่ไม่ผ่านการปล่อยวางกายใจก็เหมือนคนที่ ยังไม่ตายมีกายใจจิต รวมกันทำงานอยู่ซึ่งหมายถึงแยกรูป แยกอรูป ยังไม่ได้ชัดเจน เหมือนคนที่นั่งสมาธิแล้วเหลือเพียงจิตรู้ตัวเดียว อันนี้ไม่ถืออรูปจริงเพราะส่วนที่เป็นรูป ยังไม่ผ่าน
การฝึกสติปัฎฐานสี่ การเอาจิต(สติรู้)ดูกาย เมื่อทำการดูกายเมื่อไหร่ จะเห็นได้(รู้)ทั้งกาย เวทนากาย และส่วนของความคิดทั้งสามส่วนพร้อมกันเลยทีเดียว แต่ให้จิตรู้ รู้โดยทั่วกันแบบนี้ให้ได้ตลอด เพื่อสะสมความสงบจากการฝึกดูกายจนสามารถเห็นรู้ชัดเจนทั้งสามส่วนคือ กาย เวทนากาย และความคิด ดูจนกว่าสติหรือจิตรู้จะเข้าใจใน กาย เวทนากาย และความคิด แล้ว หมดความสงสัยในกาย หมดความสงสัยในเวทนากาย แล้วมีความสงบอย่างมาก เพื่อที่จะมาดูในส่วนของความคิดและรู้ทันความคิด จนสามารถเห็นการเกิดขึ้นของความคิดรู้ว่าตัวไหนที่เป็นตัวคิด ส่วนจิตที่ดูก็ดูอยู่อย่างนั้นและจะรู้ด้วยว่า ความคิดเกิดจากตัวไหนที่คิด ซึ่งตัวสติหรือจิตที่ดูไม่ได้คิดอะไรเลย แล้วการดูนี้ จะต้องดูจนเห็นตัวที่คิดให้ได้และเข้าใจการทำงานของตัวที่คิดให้ได้ เพื่อเป็นการเกิดปัญญาที่ว่า ระหว่างตัวที่ดู(รู้)กับตัวที่คิดมันเป็นคนละตัวกัน
 
 
 

 

 

ถ้าใครที่ดูกาย เวทนากาย และจิต(ความคิด) ไม่ผ่านหรือไม่เข้าใจ หมายถึงคุณไม่ผ่าน ส่วนของรูป (อายตนะที่รับรู้โลก หรือ โลกี หรือ โลกนั่นเอง) แม้จะนั่งสมาธิจนเหลือจิตรู้อย่างเดียวเข้าถึงอรูปได้ แต่ก็ จะไม่สามารถ มีความสงบ(ฌาณ) มีปัญญา(ญาณ) ไม่สามารถผ่านด่านอรูปได้ อรูปคือ การไม่เหลือรูป ไม่เหลือรูปคือ เหลือแต่ ขันธ์สัญญา วิญญาณ เวทนา สังขาร ที่รู้ แต่มองไม่เห็น (นี่คือต้นเหตุแห่งทุกข์ที่แท้จริง) ซึ่งเป็นด่านสุดท้ายที่จะต้องใช้ปัญญาอย่างยิ่งยวดในการ ชำระ


bh79
 
  • Page 1 of 1
  • 1
Search:



nonCopyright © 2026
Make a free website with uCoz